"รักแท้ ของนกกระเรียนไทย รักใสใส ในธรรมชาติอันบริสุทธิ์"


ชมนกกระเรียนพันธุ์ไทย สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักแท้และตัวชี้วัดความบริสุทธิ์ของสภาพธรรมชาติรอบตัวได้ทุกวัน ที่ สวนสัตว์เชียงใหม่
มาตามพิกัดนี้ในแผนที่กูเกิ้ล แล้วเดินตรงเข้าไปอีกนิดเดียวได้เลย :  18.807071, 98.942395

นกกระเรียนพันธุ์ไทย คือนกอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักแท้ เนื่องด้วยนกกระเรียนไทยนี้จะจับคู่แบบผัวเดียว เมียเดียว ตลอดชีวิต
และมีความเชื่อที่ว่าหากตัวใดตัวหนึ่งตายลงไป ตัวที่เหลือก็จะค่อยๆตรอมใจตายตามไปด้วย, นกที่อาศัยอยู่ในสภาพธรรมชาตินั้นหากตัวใดตัวหนึ่งถูกยิง
ถูกจับ หรือถูกสังหารลงด้วยน้ำมือมนุษย์ คู่ของมันก็จะไม่ยอมหนีไปไหนจะคอยบินวนเวียนรอให้อีกตัวฟื้นขึ้นมาอยู่อย่างนั้น จนท้ายที่สุดก็จะถูกจับ ถูกทำร้าย
หรือถูกสังหารไปทั้งสองตัว โดยในประเทศอินเดียเองนั้นนกกระเรียนเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ในชีวิตแต่งงาน เชื่อกันว่าเมื่อคู่ตายลง นกอีกตัวก็จะเศร้าโศกจนตรอมใจตายตามไปด้วยเช่นเดียวกัน
ซึ่งพฤติกรรมตามธรรมชาติเช่นนี้ ประกอบกับการรุกล้ำของมนุษย์เข้าไปในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติอันบริสุทธิ์ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ แหล่งเพาะพันธุ์ และแหล่งอาหารหลักของนกเหล่านี้
ส่งผลให้จำนวนนกกระเรียนไทยในธรรมชาติของเมืองไทยค่อยๆหายไปจนแทบไม่มีเหลือแล้วในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

แต่ในปัจจุบันองค์การสวนสัตว์ร่วมกับหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ ได้ทำการเพาะขยายพันธุ์และนำประชากรนกกระเรียนพันธุ์ไทยปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ชุ่มน้ำของ จ.บุรีรัมย์ 
ซึ่งนกกระเรียนที่ปล่อยไปนี้สามารถอยู่รอดได้บ้าง และเริ่มขยายพันธุ์ได้ในธรรมชาติจนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

นกกระเรียนพันธุ์ไทย เป็นนกน้ำขนาดใหญ่ มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 150-180 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 5-9 กิโลกรัม เคยมีการพบว่านกชนิดนี้ที่มีขนาดความสูงถึง 200 เซนติเมตร มีช่วงกางปีกที่ยาวกว่า 250 เซนติเมตร
จึงทำให้นกกระเรียนไทยเป็นนกบินได้ที่สูงที่สุดในโลก(นกบินไม่ได้ เช่น เพนกวิน)
มีลำตัวและปีกสีเทา คอตอนบนและหัวไม่มีขนแต่มีลักษณะเป็นตุ่มหนังสีส้มหรือสีแดงสด บริเวณกลางกระหม่อมเป็นแผ่นหนังเปลือยสีเทาหรือเขียวอ่อน
คอยาว เวลาบินคอและขาจะเยียดตรง ขายาวสีแดงอมชมพู มีแผ่นขนหูสีเทา ม่านตาสีส้มแดง ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียจะปกป้องอาณาเขตและเกี้ยวพาราสีโดยการกางปีก ส่งเสียงร้อง กระโดดซึ่งดูคล้ายกับการเต้นรำ
ฤดูผสมพันธุ์หลักอยู่ในฤดูฝน ผสมพันธุ์ในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน ทำรังขนาดใหญ่ ด้วยกิ่งไม้ขัดสานกัน วางไข่ครั้งละประมาณ 1-3 ฟอง ระยะฟักไข่ประมาณ 31-34 วัน

มีถิ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำในเขตสูง พื้นที่เกษตรกรรม และทุ่งนา เป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิด ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 
กินสัตว์น้ำ พืชน้ำ สัตว์น้ำขนาดเล็ก แมลง เมล็ดพืช ข้าวเปลือก เป็นอาหาร